Retracement แปลว่า: เข้าใจความหมายและวิธีใช้ในตลาดการเงิน

Retracement แปลว่า: ทำความเข้าใจความหมายและวิธีใช้ในตลาดการเงิน

An illustrative depiction of a financial chart showing a clear upward trend line with a gentle dip and then continuing upwards symbolizing a retracement with soft pastel colors and clean lines

นักลงทุนและเทรดเดอร์ในตลาดการเงินมักเจอคำว่า “retracement” บ่อยๆ มันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจการเคลื่อนไหวของราคา แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น อาจรู้สึกงงกับนิยามจริงๆ และวิธีนำไปใช้ บทความนี้จะชวนคุณสำรวจความหมายของมันอย่างละเอียด ผ่านตัวอย่างง่ายๆ ที่ช่วยให้นักเทรดทุกระดับนำไปปรับใช้ในการตัดสินใจซื้อขายได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

Retracement คืออะไร? ความหมายที่นักเทรดควรรู้

Retracement หมายถึงการย่อตัวหรือการหยุดพักชั่วคราวของราคาสินทรัพย์ทางการเงิน หลังจากที่ราคาเคลื่อนไหวต่อเนื่องในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ลองนึกภาพราคากำลังขึ้นอย่างต่อเนื่องใน uptrend แล้วจู่ๆ ก็ร่วงลงมาบ้างก่อนจะขึ้นต่อ นั่นคือ retracement ชัดๆ หรือใน downtrend ถ้าราคาดีดขึ้นเล็กน้อยก่อนลงต่อ ก็เข้าข่ายเช่นกัน

จุดสำคัญคือ มันเป็นแค่การหยุดพักชั่วคราว ไม่ใช่การพลิกแนวโน้มทั้งหมด ราคามักย่อลงในขาขึ้น หรือเด้งขึ้นในขาลง แค่สัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแนวโน้มหลัก นักเทรดใช้การสังเกตจุดนี้เพื่อหาโอกาสเข้าซื้อหรือขาย ยังคงตามแนวโน้มใหญ่ไปได้

ในตลาดไทย เรามักเรียก retracement ว่า การดีดตัว หรือ การย่อตัว มันสะท้อนการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางถาวร แต่เหมือนการหายใจเข้าออก ก่อนวิ่งต่อในทางเดิม

Fibonacci Retracement: เครื่องมือวิเคราะห์ยอดนิยม

A close-up illustration of Fibonacci sequence numbers overlaid on a simplified stock market graph with a magnifying glass highlighting key retracement levels in a modern flat design style

หนึ่งในเครื่องมือที่เทรดเดอร์ชื่นชอบสำหรับหาจุด retracement คือ Fibonacci Retracement มันยึดหลักจากลำดับตัวเลขของ Leonardo Fibonacci ที่เชื่อว่าราคาตลาดมักย่อหรือเด้งกลับในสัดส่วนสำคัญของแนวโน้มก่อนหน้า ระดับที่ใช้กันบ่อย ได้แก่

  • 23.6%
  • 38.2%
  • 50% (ถึงจะไม่ใช่ตัวเลข Fibonacci โดยตรง แต่หลายคนมองว่าสำคัญ)
  • 61.8% (Golden Ratio)
  • 78.6%

เทรดเดอร์ลากเส้น Fibonacci จากจุดสูงสุดไปต่ำสุดของแนวโน้ม หรือกลับกัน เพื่อหาแนวรับหรือแนวต้านที่ราคาอาจหยุดย่อหรือเด้ง ระดับเหล่านี้ช่วยคาดการณ์โซนที่น่าซื้อหรือขาย

วิธีการคำนวณและตีความระดับ Fibonacci Retracement

แพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่คำนวณ Fibonacci Retracement ให้อัตโนมัติ แต่ถ้าคุณรู้หลักการเบื้องหลัง จะตีความได้ลึกซึ้งกว่า เริ่มจากหาผลต่างระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุด แล้วคูณกับอัตราส่วน Fibonacci เพื่อหาจุดย่อที่คาดไว้

การตีความเหล่านี้สำคัญมาก ใน uptrend ระดับเหล่านี้คือ แนวรับ (Support) ส่วน downtrend คือ แนวต้าน (Resistance) ถ้าราคาย่อมาที่ 38.2% หรือ 61.8% แล้วมีสัญญาณกลับตัว อาจเป็นจังหวะซื้อในขาขึ้น หรือขายในขาลง

จำไว้ว่าระดับ Fibonacci ไม่ใช่กฎเหล็กที่ราคาต้องหยุดทุกครั้ง มันเป็นแค่ เครื่องมือช่วยตัดสินใจ ควรผสมกับการวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ

การระบุและใช้ประโยชน์จากจุด Retracement ในการเทรด

การหาจุด retracement ให้ตรงเป้ามีบทบาทใหญ่ต่อความสำเร็จในการเทรด เทรดเดอร์มองหารูปแบบที่บอกว่าการพักจบแล้ว พร้อมกลับสู่แนวโน้มเดิม เช่น

  • รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns): Hammer, Doji, Engulfing ที่โผล่ใกล้แนวรับ Fibonacci
  • Indicator อื่นๆ: RSI แสดง Divergence หรือ MACD ตัด Signal Line
  • ปริมาณการซื้อขาย (Volume): ราคาเด้งกลับพร้อม volume เพิ่ม บ่งชี้ยืนยัน

พอเจอจุด retracement แล้ว นำไปกำหนด จุดเข้าซื้อ (Entry Point) และ จุดขาย (Exit Point) ได้กลยุทธ์ชัดเจน ใน uptrend รอราคาย่อมาที่แนวรับ Fibonacci สำคัญ แล้วเห็นสัญญาณกลับตัวค่อยซื้อ ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับนั้น Take Profit อาจที่แนวต้านถัดไป หรือตามเป้าแนวโน้ม

กลยุทธ์อย่าง “ซื้อตอนย่อ” (Buy the dip) หรือ “ขายตอนเด้ง” (Sell the rally) ฮิตมาก และ retracement คือแกนกลาง ถ้าคุณจับจุดนี้ได้ จะซื้อถูกหรือขายกำไรได้จังหวะดี

ตัวอย่างการเทรดจริงโดยใช้ Fibonacci Retracement

สมมติหุ้น A อยู่ใน uptrend แข็งแกร่ง ราคาขึ้นจาก 50 บาท ไป 100 บาท แล้วย่อลง เทรดเดอร์ลาก Fibonacci จาก 50 ไป 100 จะได้ระดับเช่น 78.6% (ราว 61.8 บาท), 61.8% (69.1 บาท), 50% (75 บาท), 38.2% (80.9 บาท), 23.6% (90.5 บาท)

ถ้าราคาย่อมาที่ 75 บาท (50%) แล้วมี Bullish Engulfing กับ volume เพิ่ม เทรดเดอร์อาจซื้อตรงนั้น Stop Loss ที่ 73 บาท Take Profit ที่ 100 บาท หรือสูงกว่า ถ้า uptrend ยังแรง

ตัวอย่างนี้พิสูจน์ว่า Fibonacci Retracement ช่วยหาโซนที่ราคาอาจกลับสู่ทิศเดิม วางแผนเข้าและจัดการความเสี่ยงได้มีระบบ

Retracement vs. Reversal: ความแตกต่างที่สำคัญ

A visual metaphor comparing a temporary pause in a journey to a price retracement on a financial chart with a determined trader figure looking ahead towards the continued trend in a vibrant illustrative style

เทรดเดอร์ใหม่มักสับสนระหว่าง retracement กับ reversal เพราะทั้งคู่ดูคล้ายการเปลี่ยนของราคา แต่ต่างกันชัดเจน

  • Retracement: การย่อหรือเด้งชั่วคราวในแนวโน้มหลัก ราคาจะกลับไปทางเดิมหลังพัก
  • Reversal: การกลับทิศทางของแนวโน้มหลัก ถาวรหรือเปลี่ยนใหญ่

แยกแยะได้จาก

  • สัดส่วนการย่อตัว: Retracement มักไม่เกิน 61.8% หรือ 78.6% ถ้าลึกกว่านั้น อาจ reversal
  • รูปแบบราคา: Head and Shoulders, Double Top/Bottom บ่ง reversal ชัด
  • ปริมาณการซื้อขาย: กลับตัวด้วย volume สูง อาจ reversal
  • การยืนยันจาก Indicator: สัญญาณเปลี่ยนทิศจาก indicator

การมองทะลุ retracement เพื่อเทรดตามแนวโน้ม หรือเตรียมรับ reversal เป็นทักษะที่ต้องฝึก การรู้ต่างนี้ช่วยตัดสินใจถูก ลดความเสี่ยงจากเข้าใจผิดตลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retracement (FAQ)

Retracement แปลว่าอะไรในบริบทของการซื้อขาย?

Retracement ในบริบทของการซื้อขาย หมายถึง การย่อตัวหรือการพักตัวของราคาชั่วคราว หลังจากที่ราคาได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลับไปเคลื่อนไหวในทิศทางเดิม

Fibonacci Retracement คืออะไร และใช้หาอะไรได้บ้าง?

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci (เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%) เพื่อคาดการณ์ระดับราคาที่คาดว่าจะเป็นแนวรับหรือแนวต้าน เมื่อราคามีการย่อตัวหรือดีดตัวภายในแนวโน้มเดิม

ระดับ Fibonacci ที่สำคัญในการวิเคราะห์ retracement มีอะไรบ้าง?

ระดับ Fibonacci ที่สำคัญที่นักเทรดนิยมใช้ในการวิเคราะห์ retracement ได้แก่ 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%

จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาที่เห็นคือ retracement ไม่ใช่การกลับตัว?

การจะแน่ใจว่าเป็นการ retracement หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น สัดส่วนการย่อตัว (retracement มักจะไม่ลึกมาก), รูปแบบราคาที่แสดงการพักตัว, การยืนยันจาก Indicator อื่นๆ, และปริมาณการซื้อขาย หากราคาแสดงสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการกลับทิศทางอย่างถาวร อาจเป็นสัญญาณ reversal

ฉันจะใช้ Fibonacci Retracement ในการเทรดหุ้นไทยได้อย่างไร?

ในการเทรดหุ้นไทย คุณสามารถใช้ Fibonacci Retracement โดยการลากเส้นจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุดของแนวโน้มขาขึ้น (หรือกลับกันในแนวโน้มขาลง) เพื่อหาระดับ Fibonacci ที่อาจเป็นแนวรับหรือแนวต้าน จากนั้นรอสัญญาณยืนยันการกลับตัวของราคาบริเวณระดับเหล่านั้นเพื่อเข้าซื้อหรือขาย

มี Indicator อื่นๆ ที่สามารถใช้ร่วมกับ Fibonacci Retracement เพื่อเพิ่มความแม่นยำได้หรือไม่?

มี Indicator อื่นๆ อีกมากมายที่สามารถใช้ร่วมกับ Fibonacci Retracement ได้ เช่น RSI (Relative Strength Index) เพื่อดูภาวะ Overbought/Oversold หรือ Divergence, MACD (Moving Average Convergence Divergence) เพื่อดูโมเมนตัมของราคา, หรือ Moving Average เพื่อยืนยันแนวโน้มหลัก

Retracement มีความสำคัญอย่างไรต่อการบริหารความเสี่ยงในการเทรด?

Retracement มีความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยให้นักเทรดสามารถกำหนดจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบ (ซื้อเมื่อราคาย่อตัว) และกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่เหมาะสมได้ โดยตั้งไว้ต่ำกว่าระดับ Fibonacci ที่คาดว่าเป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งช่วยจำกัดความเสียหายหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาด

Fibonacci Extension แตกต่างจาก Fibonacci Retracement อย่างไร?

Fibonacci Retracement ใช้เพื่อคาดการณ์ระดับที่ราคาจะย่อตัวหรือดีดกลับภายในแนวโน้มเดิม ในขณะที่ Fibonacci Extension ใช้เพื่อคาดการณ์เป้าหมายราคาที่ราคาอาจเคลื่อนไหวไปถึงหลังจากที่เกิด retracement และกลับเข้าสู่แนวโน้มหลัก หรือเมื่อราคาทะลุจุดสูงสุด/ต่ำสุดเดิม

มีเครื่องมือหรือแอปพลิเคชันใดบ้างที่ช่วยในการวาด Fibonacci Retracement บนกราฟ?

เครื่องมือหรือแอปพลิเคชันเทรดส่วนใหญ่ เช่น TradingView, MetaTrader (MT4/MT5), หรือแอปพลิเคชันของโบรกเกอร์หุ้นต่างๆ มักจะมีเครื่องมือ Fibonacci Retracement มาให้ใช้งาน ซึ่งสามารถลากเส้นบนกราฟราคาได้อย่างง่ายดาย

นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มต้นทำความเข้าใจเรื่อง retracement จากจุดไหน?

นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความหมายพื้นฐานของ retracement ว่าคือการพักตัวชั่วคราว จากนั้นศึกษาการทำงานของ Fibonacci Retracement และลองฝึกฝนการลากเส้นบนกราฟย้อนหลัง (Backtesting) เพื่อทำความคุ้นเคยกับระดับต่างๆ และสังเกตรูปแบบราคาที่เกิดขึ้นพร้อมกับระดับ Fibonacci

More From Author

วิกฤตน้ำมัน สาเหตุ ผลกระทบ และบทเรียนสำคัญสู่พลังงานยั่งยืน

發佈留言